Categories
BLOG

แนะนำ Joyful Train: FruiTea Fukushima รถไฟที่เกิดมาเพื่อคนรักขนมหวาน!

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น JR Times by JR East ก็เป็นเว็บหนึ่งที่เหมาะกับการทำการบ้านเพื่อเตรียมทริปลุยญี่ปุ่นค่ะ โดย JR Times by JR East เป็นเว็บไซต์ที่รวมทุกบทความเกี่ยวกับรถไฟที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ รวมถึงบทความรีวิวรถไฟ Joyful Train ซีรี่ย์รถไฟที่มีรถไฟทั้งหมด 13 คันที่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่ยานพาหนะเท่านั้น แต่รถไฟแต่ละขบวนต่างมีธีมเฉพาะของตัวเองที่จะมาสร้างความสนุกเพลิดเพลินให้กับการเดินทาง

สำหรับบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จัก FruiTea Fukushima รถไฟ Joyful Train ธีมคาเฟ่ขนมหวานของ JR East ผ่านการรีวิวจากคุณ Carissa Loh นักเขียนชาวสิงคโปร์ผู้ชื่นชอบการเดินทางด้วยรถไฟ และได้เดินทางด้วย Joyful Train มาแล้วทุกขบวน! สำหรับ FruiTea Fukushima นี้จะมีอะไรบ้าง ไปอ่านรีวิวกันเลยค่ะ

FruiTea Fukushima รถไฟขบวนนี้สำหรับคนรักขนมหวานโดยเฉพาะ!

(Image credit: JR East / Carissa Loh)

รถไฟ FruiTea Fukushima เป็นรถไฟที่วิ่งในจังหวัดฟุคุชิมะ โดยคอนเซปต์ของรถไฟขบวนนี้คือ “คาเฟ่ท่องเที่ยว” ที่ผู้โดยสารสามารถลิ้มรสขนมหวานและเครื่องดื่มที่ทำจากผลไม้ท้องถิ่นของฟุคุชิมะขณะที่ชมวิวชนบทจากหน้าต่างรถไฟและสนุกไปกับเพื่อนหรือครอบครัวได้

(Image credit: JR East / Carissa Loh)
(Image credit: JR East / Carissa Loh)

ฟุกุชิมะเป็นจังหวัดที่ปลูกผลไม้ญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก เมื่อนำผลไม้อร่อยๆ ของจังหวัดมารวมเข้ากับฝีมือชั้นเยี่ยมของช่างทำขนมท้องถิ่น จึงได้ออกมาเป็นเมนูขนมหวานมากมายที่ถูกนำมาเสิร์ฟบนรถไฟ เมนูจะเปลี่ยนไปทุกเดือน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถลิ้มลองรสชาติที่ดีที่สุดในฤดูกาลนั้นๆ ได้

(Image credit: JR East)

ไม่ได้มีดีแต่ขนมหวานเท่านั้น!

นอกจากผู้โดยสารจะได้ลิ้มลองขนมหวานแสนอร่อยบนรถไฟแล้ว ด้วยความที่รถไฟ FruiTea Fukushima วิ่งบนเส้นทางธรรมชาติบนทางรถไฟ JR สายบันเอ็ทสึ (JR Ban’etsu West Line) จากโคริยามะ (Koriyama) ไปคิตาคาตะ (Kitakata) ทำให้สามารถมองเห็นวิวอันน่าตื่นตาตื่นใจของภูเขาบันไดและนาข้าวรอบอินาวะชิโระได้ และจากสถานี JR Inawashiro ผู้โดยสารยังสามารถขึ้นรถบัสไปยังอุระบันได อันเป็นที่ตั้งของบึงสวย 5 บึงที่รู้จักกันในชื่อโกะชิกินุมะได้อีกด้วย

(Image credit: JR East / Carissa Loh (left, centre) and 福島県観光物産交流協会 (right))

หลายคนอาจคิดว่าผู้โดยสารส่วนมากน่าจะเป็นผู้หญิงจากคอนเซปต์จิบน้ำชากินขนมยามบ่าย แต่ความจริงแล้วมีผู้โดยสารชายจำนวนไม่น้อยเลย FruiTea Fukushima เป็นรถไฟสำหรับใครก็ตามที่ชื่นชอบขนมหวาน รถไฟ และวิวทิวทัศน์ ถ้าคุณตั้งใจจะไปฟุกุชิมะ ขอแนะนำรถไฟขบวนนี้เลยค่ะ!  สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

 

แต่ความสนุกของ FruiTea Fukushima ไม่ได้มีแค่นี้!

เนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรีวิวเท่านั้น อ่านรีวิวแบบจัดเต็มจากคุณ Carissa Loh ที่จะพาคุณสัมผัสความสนุกอีกมากมายที่ FruiTea Fukushima เตรียมไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็นขนมหวานจากผลไม้ประจำฤดูกาลแสนอร่อย วิวที่สวยงามของทุ่งนาและภูเขาระหว่างทาง รวมถึงทุกอย่างที่คุณต้องรู้เพื่อจัดทริปที่มี FruiTea Fukushima เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสีสันแห่งการเดินทาง! คลิกอ่าน เที่ยวไปกินขนมหวานไปบนรถไฟคาเฟ่: FruiTea Fukushima จากเว็บ JR TIMES by JR-EAST รีวิวโดยคุณ Carissa Loh หรือคลิกที่ภาพด้านล่างแล้วไปสนุกกันต่อได้เลย

Categories
BLOG

ศักดิ์สิทธิ์สุดในญี่ปุ่น! 5 Power Spot ขอลูกเทพประทานในโอกินาว่า

Power Spot (パワースポット) หมายถึงสถานที่ที่มีพลังเหนือธรรมชาติมารวมกันอยู่ ซึ่งในญี่ปุ่นมี Power Spot หลายแห่งที่สามารถไปเยี่ยมเพื่อเสริมพลังบวกให้กับชีวิต เสริมดวงเรื่องการเงิน ความรัก และอื่นๆ อีกมากมาย

แต่สำหรับจังหวัดโอกินาว่านี้ นอกจาก Power Sport เสริมพลังที่มีอยู่มากมายตามเกาะต่างๆ แล้ว โอกินาว่ายังเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่อง Power Spot สำหรับขอบุตรอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นอีกด้วย! ในบทความนี้ เราจะมาดู 5 Power Spot สำหรับขอบุตรที่ขึ้นชื่อเรื่องความขลังของจังหวัดโอกินาว่ากัน

1.ศาลเจ้าฟุเท็นมะ (普天間宮)

futenmagu

ศาลเจ้าฟุเท็นมะเป็นหนึ่งใน 8 ศาลเจ้าของอาณาจักรริวกิวที่เคยได้รับการสนับสนุนจากราชสำนัก ปัจจุบันเป็นศาลเจ้าที่ได้รับความนิยมจากคนท้องถิ่น

สำหรับการไหว้ขอลูกนั้น เชื่อกันว่าถ้าขอลูกด้วยการแตะที่ก้อนหินใหญ่หน้าอาคารหลักของศาลเจ้าก็จะสมหวัง โดยคนโอกินาว่าเชื่อกันว่าการขอลูกที่ศาลเจ้าฟุเท็นมะได้ผลจริง จนเกิดการเล่าต่อกันมาเรื่อยๆ และปัจจุบันมีชาวต่างชาติหลายคนเข้ามาเยี่ยมศาลเจ้าฟุเท็นมะด้วยเช่นกัน

นอกจากการไหว้ขอลูกแล้ว ศาลเจ้าฟุเท็นมะยังมีอีกพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่น่าสนใจ นั่นคือถ้ำหินงอกหินย้อยในบริเวณศาลเจ้าที่สามารถเข้าชมได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย โดยเชื่อกันว่าในถ้ำแห่งนี้มีเทพสถิตอยู่ ทำให้อากาศในถ้ำแห่งนี้เย็นเป็นพิเศษด้วยพลังงานจากเทพนั่นเอง นับเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่มีความขลังเป็นอันดับต้นๆ ของจังหวัดทีเดียว

ศาลเจ้าฟุเท็นมะ (普天間宮)
ที่อยู่: 1 Chome-27-10 Futenma, Ginowan, Okinawa 901-2202
การเดินทาง: สามารถขับรถมาได้ หรือจะนั่งรถบัสประจำทางมาลงที่ป้าย “Futenma Iriguchi (普天間入り口)” ได้
เว็บไซต์: futenmagu.or.jp

2.อาวาเสะบิจุรุ (泡瀬ビジュル)

อาวาเสะบิจุรุเป็นสถานที่ไหว้ขอบุตรที่มีผู้เดินทางมาไหว้ขอพรจากทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่น โดยเชื่อกันว่าอาวาเสะบิจุรุขึ้นชื่อเรื่องการขอพรให้มีลูกและการขอพรให้สามารถคลอดบุตรได้อย่างปลอดภัย ไอเท็มพิเศษของอาวาเสะบิจุรุที่ได้รับความนิยมคือเครื่องรางรูปหนู ซึ่งตามธรรมชาติของหนูแล้ว หนูเป็นสัตว์มีลูกทีละเยอะๆ และมีลูกหลายครอกในหนึ่งปี จึงเชื่อกันว่าการพกเครื่องรางรูปหนูจะช่วยให้พรเรื่องบุตรนั่นเอง

 

นอกจากนี้ อาวาเสะบิจุรุยังอยู่ใกล้กับ “ชิรุมิจู” สถานที่ขอพรเรื่องบุตรอีกแห่งที่ตั้งอยู่บนเกาะฮามะฮิกะ จึงมีคนที่จัดทริปขอพรที่อาวาเสะบิรุและถ้ำชิรุมิจูพร้อมกันในทริปเดียวอยู่เหมือนกัน

อาวาเสะบิจุรุ (泡瀬ビジュル)
ที่อยู่: 2 Chome-1 Awase, Okinawa, 904-2172
การเดินทาง: ถ้าเดินทางโดยรถบัสประจำทาง สามารถนั่งรถมาลงที่ป้าย “Awase Sanku Iriguchi (泡瀬三区入口)” ได้ แล้วเดินต่ออีก 8 นาทีเพื่อไปยังสวนสาธารณะบิจุรุ (ビジュル公園,Bijuru Park) ได้ โดยอาวาเสะบิจุรุจะอยู่ในสวนสาธารณะบิจุรุอีกที

3.ชิรุมิจู (シルミチュー)

shirumichuu

ชิรุมิจูเป็นสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของเมืองอุรุมะ (うるま市) โดยตั้งอยู่ในบริเวณสวนสาธารณะชิรุมิจูบนเกาะฮามะฮิกะ (浜比嘉島) หนึ่งในเกาะที่เชื่อกันว่ามีเทพสถิตอยู่ โดยเพื่อนๆ สามารถขับรถไปได้แล้วค่อยเดินผ่านทางเดินเล็กๆ ที่ลัดเข้าป่าไปยังถ้ำและชายหาดที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง

ในตำนานเทพของโอกินาว่าเล่าว่า เทพี “ชิรุมิจู (シルミチュー)” และเทพ “อามามิจู (アマミチュー)” ได้ลงมาสถิตที่เกาะนี้และมีลูกด้วยกันที่นี่ ตำนานเทพนี้ทำให้ชิรุมิจูได้รับความนิยมในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับขอบุตร

ทั้งนี้ สำหรับใครที่เตรียมธูปมาไหว้ขอพร ทางสวนสาธารณะชิรุมิจูขอความร่วมมือให้อยู่รอจนกว่าธูปจะมอดแล้วจึงค่อยเดินทางกลับ เพื่อให้แน่ใจว่าธูปที่เราจุดไหว้จะไม่เป็นต้นเพลิงที่สร้างความเสียหายให้กับชิรุมิจูซึ่งเป็นสถานที่ทางวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่กลางป่าด้วย

 

ถ้ำชิรุมิจู (シルミチュー)
ที่อยู่: Katsurenhiga, Uruma, Okinawa 904-2316
การเดินทาง: แนะนำให้ขับรถไป โดยหลังจากขับผ่านสะพานข้าทะเลฮามะฮิกะโอฮาชิ (浜比嘉大橋) เรียบร้อย ให้เลี้ยวซ้ายและขับตามถนนมาเรื่อยๆ จะเจอทางเข้าสวนชิรุมิจูอยู่ซ้ายมือ สามารถจอดรถในที่จอดรถของสวนได้ แล้วค่อยเดินเข้าไปยังบริเวณถ้ำ

4.Child Treasure Rock (子宝岩)

child treasure rock senagajima

Child Treasure Rock เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเกาะเซนะกะ (瀬永島) ที่อยู่ใกล้สนามบินนาฮะ โดยเชื่อกันว่าที่นี่สามารถขอพรโดยระบุว่าอยากมีบุตรเป็นชายหรือหญิงได้ สำหรับวิธีการขอพรนั้น เพียงนึกอธิษฐานแล้วโยนหินก้อนเล็กๆ เข้าไปในรอยแตกตรงใจกลางหิน ซึ่งถ้าโยนหินเข้าไปในรอยแตกได้สำเร็จก็จะถือว่าสมหวัง

Child Treasure Rock อยู่ระหว่างทางผ่านขึ้นไปยังย่านร้านค้า Umikaji Terrace Senagajima ที่มีร้านอาหารและของที่ระลึกมากมายให้เลือกซื้อ ทำให้บริเวณ Child Treasure Rock ค่อนข้างคึกคักทีเดียว

 

Child Treasure Rock (子宝岩)
ที่อยู่: Senaga, Tomigusuku, Okinawa 901-0233
การเดินทาง: ขับรถไม่เกิน 20 นาทีจากสนามบินนาฮะ

5.หาดจิกุนุ (チグヌ浜)

 

หาดจิกุนุเป็นหาดแห่งหนึ่งบนเกาะโคริ เกาะที่เป็นที่รู้จักในฐานะ “เกาะแห่งความรัก” ด้วยชื่อ “โคริ” ที่คล้ายกับคำว่า “โคอิ (恋)” ที่แปลว่าความรักในภาษาญี่ปุ่น โดยมีหินรูปหัวใจ “Heart Rock (ハートロック)” ของหาดโทเคอิ (トケイ浜) เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเกาะ

แต่นอกจากนี้ นิทานพื้นบ้านของโอกินาว่ายังมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่าเกาะโคริเป็นเกาะที่มนุษย์สองคนแรกของโลกอาศัยอยู่ โดยเชื่อกันว่าทั้งสองอาศัยอยู่ที่บริเวณหาดจิกุนุและสร้างครอบครัวที่นี่ ทำให้หาดจิกุนุเป็นหาดที่คนนิยมเดินทางมาเพื่อขอบุตร และเพื่อเที่ยวชมชายหาดที่สวยงามไปในตัวอีกด้วย

และถ้าอยากชมทะเลสวยงามของเกาะโคริได้แบบพาโนราม่า เพื่อนๆ สามารถขึ้นไปที่ Kouri Ocean Tower ได้ โดยบนนั้นมีการตกแต่งในธีมความรักกับทะเลที่ช่วยเสริมบรรยากาศโรแมนติกของเกาะ ทั้งยังมีหอชมวิวทะเล และร้านคาเฟ่น่านั่งอีกมากมาย

 

หาดจิกุนุ (チグヌ浜)
ที่อยู่: Chigunu Beach, Kouri Island, Nakijin, Kunigami District, Okinawa 905-0406
การเดินทาง: ขับรถหรือนั่งแท๊กซี่ข้ามสะพานโคริโอฮาชิ (古宇利大橋) มาถึงเกาะโคริแล้วเลี้ยวซ้ายขับตามถนนเลียบทะเลมา จะเห็นหาดจิกุนุอยู่ด้านซ้ายมือ


ทั้งหมดนี้คือ 5 สถานที่ไหว้ขอบุตรที่ขึ้นชื่อของจังหวัดโอกินาว่าที่นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องความขลังแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่ผูกอยู่กับความเชื่อและเรื่องเล่าพื้นบ้านของจังหวัด รวมถึงอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่ออีกด้วย ครอบครัวไหนที่อยากไหว้ขอบุตรสามารถจัดทริปเที่ยวโอกินาว่าโดยแวะมาไหว้ขอบุตรกับสถานที่เหล่านี้ได้ หรือถ้าเป็นเพื่อนๆ ที่จัดทริปเที่ยวแถวนี้อยู่แล้วก็สามารถแวะมาเที่ยวแถวๆ Power Spot เหล่านี้ได้ เพราะเป็นสถานที่เที่ยวแบบ Unseen ที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักกันด้วยนะ!    UFABET เว็บตรง

Categories
BLOG

เที่ยว Unseen โฮคุริคุกับแพลนเที่ยว 7 วันที่สนุกจนต้องอยากกลับมาซ้ำ!

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น JR Times by JR East ก็เป็นเว็บหนึ่งที่เหมาะกับการทำการบ้านเพื่อเตรียมทริปลุยญี่ปุ่นค่ะ โดย JR Times by JR East เป็นเว็บไซต์ที่รวมทุกบทความเกี่ยวกับรถไฟที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ ซึ่งรวมถึงบทความรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ ห้ามพลาดที่สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟ JR East อีกมากมาย!

ในบทความนี้ เราจะพาเพื่อนๆ ไปท่องโฮคุริคุ แหล่งท่องเที่ยว Unseen แห่งหนึ่งของญี่ปุ่นไปกับคุณ Carissa Loh นักเขียนชาวสิงคโปร์ผู้หลงรักญี่ปุ่นและมีประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้วทั่วประเทศซึ่งในบทความนี้คุณ Carissa จะมาแชร์แพลนเที่ยวโฮคุริคุใน 7 วันที่อัดแน่นไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสนุกครบรส อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อที่น่าลอง และข้อมูลการเดินทางที่สะดวกสุดๆ ด้วยรถไฟของ JR East ! ถ้าพร้อมแล้วตามไปดูกันเลย!

แพลนเที่ยวโฮคุริคุ 7 วัน: ทริปที่เต็มไปด้วยวิวสวยตรึงใจ ทองคำ และไดโนเสาร์

jr hokuriku 1

นักท่องเที่ยวหลายคนที่มาเยือนญี่ปุ่นมักจะนั่งชินกันเซ็นจากโตเกียวไปโอซาก้ากันโดยที่ไม่ได้แวะชมสิ่งน่าสนใจในแถบโฮคุริคุเลย แต่หลังจากที่รถไฟ Hokuriku Shinkansen (北陸新幹線) เปิดตัวในปี 2015 เส้นทางเที่ยวเส้นทางใหม่ก็เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน และการท่องเที่ยวโฮคุริคุก็ง่ายขึ้นกว่าที่เคย โฮคุริคุ (北陸) เป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ในชายฝั่งตอนเหนือของภาคกลางญี่ปุ่นซึ่งหันหน้าไปทางทะเลญี่ปุ่นและประกอบไปด้วยสามจังหวัดได้แก่โทยามะ (富山県 Toyama-ken) อิชิคาว่า (石川県 Ishikawa-ken) และฟุคุอิ (福井県 Fukui-ken) และรู้ไหมเอ่ยว่าทั้งสามจังหวัดในโฮคุริคุนี้มักติดอันดับท็อป 10 “จังหวัดที่มีความสุขที่สุดในญี่ปุ่น” อยู่เสมอ และมีครั้งหนึ่ง (เมื่อปี 2011 ที่ฉันมาเที่ยวที่นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสามจังหวัดล้วนติดอันดับท็อป 3 ทั้งหมดด้วย

ทริปลุยเดี่ยวครั้งแรกในญี่ปุ่นของฉันเป็นทริปเมื่อปี 2011 และในช่วงต้นปี 2020 ฉันก็ได้เที่ยวครบทั้ง 47 จังหวัดในที่สุด แต่เสน่ห์ของโฮคุริคุเป็นอะไรที่ลืมไม่ลงจนฉันจัดทริปลุยเดี่ยวทั้งสองครั้งแรกที่โฮคุริคุเลยทีเดียว ซึ่งฉันได้สัมผัสด้วยตัวเองเลยว่าการเที่ยวโฮคุริคุนั้นสะดวกสบายขึ้นมากเมื่อ Hokuriku Shinkansen เปิดให้บริการและสามารถพาคุณเดินทางจากโตเกียวไปคานาซาว่าได้ภายในเวลาเพียง 2.5 ชั่วโมงเท่านั้น โดยก่อนที่ Hokuriku Shinkansen จะเปิดให้บริการ การเดินทางจากโตเกียวไปคานาซาว่าอาจใช้เวลามากถึง 4 ชั่วโมงทีเดียว

ในบทความนี้ฉันได้เตรียมแพลนทริป 7 วันที่อัดแน่นไปด้วยลิสต์สิ่งที่ฉันแนะนำเป็นการส่วนตัวในการเที่ยวภูมิภาคสุดพิเศษแห่งนี้ซึ่งเต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์สวยงาม อาหารทะเลรสเลิศ และไฮไลท์พิเศษเฉพาะท้องถิ่นเช่นทองคำและไดโนเสาร์แพลนทริปนี้จะพาคุณเดินทางจากโตเกียวไปโอซาก้าผ่านเส้นทาง Hokuriku Arch ซึ่งเป็นแพลนที่เที่ยวได้โดยการนั่ง Hokuriku Shinkansen และเราจะใช้ตั๋ว Hokuriku Arch Pass ตั๋ว Pass อายุ 7 วันที่ใช้ขึ้นรถไฟ Hokuriku Shinkansen รถไฟสาย JR East และสาย JR West (รวมถึงชินกันเซ็นอื่นๆ ) ได้อย่างไม่จำกัดตลอดระยะเวลา 7 วันติดกัน

วันที่ 1: โตเกียว → คารุอิซาว่า → นากาโนะ

ไฮไลท์ของวัน

ถนน Kyu-Karuizawa Ginza (旧軽井沢銀座通り Kyū-karuizawa Ginza Dо̄riย่านถนนที่มีบรรยากาศอาคารแบบตะวันตกอยู่และมีคาเฟ่และร้านเบเกอรี่หลายร้านอยู่ตามที่ต่างๆ

jr hokuriku 2
เดินเล่นเพลินๆ ตามถนน Kyu-Karuizawa Ginza (Image credit: JR East / Carissa Loh)

น้ำตกชิราอิโตะ (白糸の滝 Shiraito-no-takiหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของคารุอิซาว่า ชิราอิโตะมีความหมายว่า “เส้นด้ายสีขาว” และสายน้ำที่ไหลลงมานั้นดูเหมือนเส้นด้ายสีขาวนับสิบที่ไหลลงมาก็ไม่ปาน

jr hokuriku 3
น้ำตกชิราอิโตะ (Image credit: JR East / Carissa Loh)

วันที่ 2: นากาโนะ → เส้นทางแอลป์ ทาเตยามะคุโรเบะ → โทยามะ

ไฮไลท์ของวัน

เส้นทางแอลป์ ทาเตยามะคุโรเบะ (Tateyama Kurobe Alpine Route, 立山黒部アルペンルート) เป็นเส้นทางท่องเที่ยวสุดประทับใจที่ทอดตัวผ่านแนวเทือกเขาทาเทยามะ (Tateyama) ซึ่งตั้งอยู่ ณ เส้นแบ่งพื้นที่จังหวัดนากาโนะและจังหวัดโทยามะ โดยวิวตระการตาที่คุณสามารถเห็นได้ตลอดเส้นทางนั้นต่างเป็นวิวที่คุณต้องมาเห็นให้ได้สักครั้งในชีวิต

jr hokuriku 4
เส้นทางแอลป์ ทาเตยามะ-คุโรเบะ เป็นเส้นทางที่มีวิวภูเขาและธรรมชาติที่อลังการ (Image credit: JR East / Carissa Loh)

วันที่ 3: โทยามะ → โกคายามะ → โทยามะ

ไฮไลท์ของวัน

โกคายามะ (五箇山 Gokayama) หมู่บ้านโบราณในจังหวัดโทยามะที่บรรยากาศสวยงามไม่แพ้ชิราคาวะโก

jr hokuriku 5
บ้านกัชโชสุกุริของโกคายามะในฤดูกาลต่างๆ (Image credit: (公社) とやま観光推進機構)

พิพิธภัณฑ์ Toyama Glass Art Museum (富山市ガラス美術館, Toyama-shi Garasu Bijutsukan) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีทั้งนิทรรศการชั่วคราวและนิทรรศการประจำให้ชมกัน โดยในนิทรรศการจะมีการจัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยที่ทำจากแก้ว

jr hokuriku 6
อาคาร Toyama Kirari เป็นอาคารที่มีพิพิธภัณฑ์ Toyama Glass Art Museum อยู่ข้างใน (Image credit: JR East / Carissa Loh)

วันที่ 4: โทยามะ → คานาซาว่า

ไฮไลท์ของวัน

สวนเคนโรคุเอน (兼六園 Kenrokuenเป็นหนึ่งในสามสวนที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น (日本三名園 Nihon Sanmeienและเป็นสวนสวยงามที่คนมาคานาซาว่าต้องมาให้ได้ สวนเคนโรคุเอนเป็นสวนที่รวมหกองค์ประกอบท่ีทำให้สวนแห่งหนึ่งเป็นสวนที่สมบูรณ์แบบขึ้นมา จุดนี้ถูกสะท้อนให้เห็นผ่านชื่อของสวนที่มีความหมายว่า “สวนที่รวมหกลักษณะไว้ด้วยกัน

jr hokuriku 7
สวนเคนโรคุเอนเป็นสวนที่มีความสวยงามตลอดปี (Image credit: JR East / Carissa Loh)

วัดเมียวริวจิ (妙立寺 Myо̄ryūjiหรือที่ทั่วไปรู้จักกันในนาม “วัดนินจา (忍者寺 Ninja-dera)” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดเท่ที่คุณจะได้สนุกตื่นเต้นไปกับห้องลับที่ถูกซ่อนไว้และกลไกต่างๆ ภายในวัด

jr hokuriku 8
วัดเมียวริวจิเป็นวัดที่เป็นที่รู้จักในนามวัดนินจา (Image credit: JR East / Carissa Loh)

วันที่ 5: คานาซาว่า → ผาโทจินโบ → ฟุคุอิ

ไฮไลท์ของวัน

ผาโทจินโบ (東尋坊, Tо̄jinbо̄) หน้าผาขรุขระเหล่านี้เรียงตัวกันยาว 1 กิโลเมตรตลอดแนวชายฝั่งของจังหวัดฟุคุอิและเป็นจุดชมวิวตระการตาที่คนมาฟุคุอิต้องมาเห็นให้ได้

jr hokuriku 9
ผาโทจินโบที่เมืองซากาอิ จังหวัดฟุคุอิ (Image credit: 公益社団法人福井県観光連盟)

วันที่ 6: ฟุคุอิ → พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ → เอเฮจิ → ฟุคุอิ

ไฮไลท์ของวัน

Fukui Prefectural Dinosaur Museum (福井県立恐竜博物館 Fukui Kenritsu Kyо̄ryū Hakubutsukanหนึ่งในสามพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์อันดับต้นๆ และใหญ่ที่สุดของโลก ภายในพิพิธภัณฑ์คุณจะได้ชมโครงกระดูกดึกดำบรรพ์ที่สมบูรณ์กว่า 40 ชุด รวมถึงฟอสซิลไดโนเสาร์ และหุ่น Tyrannosaurus Rex ที่เคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิตจริง

jr hokuriku 10
หุ่น Tyrannosaurus Rex ที่เคลื่อนไหวได้รอต้อนรับคุณเข้าสู่นิทรรศการ Dinosaur World (Image credit: JR East / Carissa Loh)

วัดเอเฮจิ (永平寺 Eiheijiวัดขนาดใหญ่และเป็นที่พำนักของพระสงฆ์นิกายเซน ชื่อวัดแห่งนี้มีความหมายว่า “วัดแห่งความสงบอันเป็นนิรันดร์” ในฤดูใบไม้ร่วง (ปลายเดือนตุลาคมจนถึงต้นพฤศจิกายนต้นไม้ภายในวัดก็จะเต็มไปด้วยสีสันมากมาย ทำให้วัดเอเฮจิเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมของฟุคุอิ

jr hokuriku 11
วัดเอเฮจิเป็นวัดนิกายเซนที่สำคัญแห่งหนึ่งและมีบรรยากาศสวยงามมากในฤดูใบไม้ร่วง (Image credit: JTA / JNTO)

วันที่ 7: ฟุคุอิ → หมู่บ้าน Echizen Washi → โอซาก้า

ไฮไลท์ของวัน

หมู่บ้าน Echizen Washi (越前和紙の里 Echizen Washi no Satoแหล่งผลิตกระดาษวาชิราว 30% ของกระดาษวาชิทั้งหมดของญี่ปุ่น ที่นี่คุณสามารถเที่ยวชมอาคารสามแห่งได้ ซึ่งได้แก่ Paper & Culture Museum, Udatsu Paper & Craft Museum และ Papyrus House ซึ่งต่างมีหลากหลายกิจกรรมให้คุณได้สนุกกับศิลปะแห่งวาชิได้ด้วยตัวคุณเอง

jr hokuriku 12
กิจกรรมทำงานฝีมือจากกระดาษเป็นกิจกรรมที่สนุกได้ทุกวัย (Image credit: JR East / Carissa Loh)

มาจัดทริปเที่ยวโฮคุริคุกัน!

เนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงน้ำจิ้มเท่านั้น อ่านแพลนทริปแบบจัดเต็มจากคุณ Carissa Loh พร้อมข้อมูลทุกอย่างที่คุณต้องรู้เพื่อจัดทริปเที่ยวโฮคุริคุให้สนุกจนต้องอยากกลับมาเที่ยวซ้ำคลิกอ่าน “แพลนเที่ยวโฮคุริคุ 7 วันทริปที่เต็มไปด้วยวิวสวยตรึงใจ ทองคำ และไดโนเสาร์” จากเว็บ JR TIMES by JR-EAST บทความโดยคุณ Carissa Loh หรือคลิกที่ภาพด้านล่างแล้วไปสนุกกันต่อได้เลย

สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

jr hokuriku banner

Categories
BLOG

เที่ยว 4 ฤดูเมืองมรดกโลก ‘ชิราคาวะโก’ หมู่บ้านแห่งประวัติศาสตร์ที่สะท้อนปูมหลังญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นประกอบด้วย 4 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการท่องเที่ยว เพราะบรรยากาศและทิวทัศน์ในแต่ละฤดูของแต่ละพื้นที่จะต่างแตกกันโดยสิ้นเชิง และนี่อาจเป็นเหตุที่ว่าทำไมนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงอยากกลับไปเที่ยวญี่ปุ่นอีกครั้ง

ครั้งนี้เราอยากจะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวที่ ‘ชิราคาวะโก’ (白川郷) เมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งที่ 6 ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ปูมหลังของประเทศญี่ปุ่น รายล้อมไปด้วยหุบเขาและธรรมชาติอันงดงาม ซ่อนเสน่ห์ที่น่าค้นหาไว้แตกต่างกันใน 4 ฤดู

‘ชิราคาวะโก’ (白川郷)

‘ชิราคาวะโก’ เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ท่ามกลางหุบเขาอยู่ทางภาคเหนือของจังหวัดกิฟุ มีความโดดเด่นด้านสิ่งก่อสร้างและบ้านเรือนที่มีอายุเก่าแก่ ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโกให้เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 1995 โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศแวะมาเยี่ยมเยือนหมู่บ้านแห่งประวัติศาสตร์นี้มากกว่า 1,500,000 คน

บ้านเรือนกว่า 59 หลังในชิราคาวะโกยังคงสถาปัตยกรรมรูปแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เรียกว่า ‘กัสโชสึคุริ ‘ ( Gasshō-zukuri) อีกทั้งยังรักษาธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างเก่า ๆ เอาไว้ เช่น ประตูโทริอิในอุโบสถและศาลเจ้า, หลังคาโครงไม้, ยุ้งฉางไม้, คูน้ำ ฯลฯ ทำให้ที่แห่งนี้ยังคงบรรยากาศและทิวทัศน์ทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นเอาไว้อย่างครบถ้วน

ทิวทัศน์ ‘ชิราคาวะโก’ ใน 4 ฤดูกาล

ฤดูใบไม้ผลิ

หิมะจะเริ่มละลายช่วงเดือนมีนาคมทำให้อุณหภูมิของที่นี้จะเริ่มอบอุ่นขึ้น ดอกซากุระจะเริ่มบานเต็มต้นตั้งกลางเดือนเมษายนไปถึงต้นเดือนพฤษภาคม ทั้งหมู่บ้านจะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันแห่งฤดูใบไม้ผลิที่สดชื่นและผ่อนคลาย ส่วนช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ก่อนฤดูกาลปลูกข้าว เราจะได้เห็นภาพอันงดงามของหลังคาบ้านกัสโชที่สะท้อนผิวน้ำในท้องนาอีกด้วย


ฤดูร้อน

ทั้งหมู่บ้านจะถูกรายล้อมไปด้วยสีเขียวชอุ่มจากนาข้าวและหุบเขา ลมเย็น ๆ จะหอบเอาความสดชื่นและผ่อนคลายจากธรรมชาติมามอบให้ เป็นบรรยากาศแสนล้ำค่าที่หาไม่ได้จากเมืองใหญ่ที่รอให้คุณมาพิสูจน์สักครั้งด้วยตัวเอง

ฤดูใบไม้ร่วง

เมื่อฤดูใบไม้ร่วงเข้ามาทักทาย ต้นไม้ใบหญ้าทั้งหมู่บ้านก็เริ่มเปลี่ยนสี ทุ่งนาเต็มไปด้วยรวงข้าวสีทองอร่ามตัดกับสีต้นเมเปิ้ลสีแดงเข้ม ซึ่งจะมีให้ชมในช่วงปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนเลยทีเดียว

ฤดูหนาว

หลังคาบ้านกัสโชถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวบริสุทธิ์ ทุก ๆ ปีจะมีการจัดตารางวันแสดงไฟประดับหลังคาบ้านกัสโชในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ เป็นบรรยากาศชวนเพ้อฝันสุดโรแมนติกในอีกมุมหนึ่งของหมู่บ้านเก่าแก่แห่งนี้

หมู่บ้านมรดกโลก ‘ชิราคาวะโก’ ยังมีเสน่ห์อื่น ๆ อีกมากมายซ่อนเอาไว้รอให้เพื่อนๆ ได้ไปสัมผัสด้วยตาตัวเอง ใครที่คิดถึงประเทศญี่ปุ่นและเฝ้ารอให้การเปิดรับนักท่องเที่ยวอยู่.. ‘ชิราคาวะโก’ จะเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่คุ้มค่าแก่การไปอย่างแน่นอน!  สล็อตเว็บตรง

เกี่ยวกับช่างภาพ

 

คุณ inoue1024 (ชื่อในทวิตเตอร์) เป็นชาวญี่ปุ่น เกิดที่เมืองโทยามะ จังหวัดโทยามะ มีงานอดิเรกคือการถ่ายภาพและวิดีโอวิวทิวทัศน์ธรรมชาติสวยๆ สามารถตามไปดูผลงานอื่นๆ ของ คุณ inoue1024 ได้ที่

Categories
BLOG

การเดินทางด้วยรถไฟญี่ปุ่นดียังไง ทำไมหลายคนถึงหลงรัก?

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น JR Times by JR East ก็เป็นเว็บหนึ่งที่เหมาะกับการทำการบ้านเพื่อเตรียมทริปลุยญี่ปุ่นค่ะ โดย JR Times by JR East เป็นเว็บไซต์ที่รวมทุกบทความเกี่ยวกับรถไฟที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ ซึ่งรวมถึงบทความรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ ห้ามพลาดที่สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟ JR East อีกมากมาย!

ในบทความนี้ เราจะพาเพื่อนๆ ไปดูเสน่ห์ของการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่นผ่านบทความโดยคุณ Carissa Loh นักเขียนชาวสิงคโปร์ผู้หลงรักญี่ปุ่นและมีประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้วทั่วประเทศ! ในบทความนี้ คุณ Carissa จะพาเราขึ้นรถไฟไปด้วยกันเพื่อดูว่าอะไรที่ทำให้รถไฟไม่ได้เป็นแค่ยานพาหนะ แต่เป็นตัวเลือกการเดินทางที่ใครต่อใครต้องหลงรัก

เสน่ห์ของการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น

japan railway travel

สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคนที่มาเที่ยวญี่ปุ่น การเดินทางด้วยรถไฟเป็นวิธีที่สะดวกและประหยัดที่สุดในการเดินทางสำรวจที่ต่างๆ ของญี่ปุ่น เพราะเครือข่ายทางรถไฟที่กว้างขวางของญี่ปุ่นได้ขยายไปยังทุกที่ที่นักท่องเที่ยวมักจะไปกัน ยังไม่นับตั๋วรถไฟแบบ Pass ราคาประหยัดมากมายที่มีให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเลือกใช้กัน และนอกจากการเป็นยานพาหนะแล้ว การนั่งรถไฟยังเป็นทั้งการเดินทาง ประสบการณ์ และไฮไลท์ของทริปที่ฉันตั้งหน้าตั้งตารอเสมอ!

ชินกันเซ็น สัญลักษณ์แห่งเทคโนโลยีรถไฟญี่ปุ่น

japan railway travel shinkansen
ตามเข็มนาฬิกาจากรูปบนซ้าย: Kyushu Shinkansen, Joetsu Shinkansen, Akita และ Tohoku Shinkansen, Hello Kitty Shinkansen (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

พูดถึงการเดินทางโดยรถไฟในญี่ปุ่นทั้งที จะไม่พูดถึงชินกันเซ็นก็คงไม่ได้ ก่อนที่คุณจะเดินทางมาที่ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก เชื่อว่า “การนั่งชินกันเซ็น” น่าจะเป็นหนึ่งในลิสต์สิ่งที่อยากทำในญี่ปุ่นของคุณแน่นอน
ถ้าคุณเคยเห็นช่วง “7-minute miracle” ที่รถชินกันเซ็นถูกทำความสะอาดก่อนเปลี่ยนทิศทางวิ่งแล้วล่ะก็ คุณคงรู้สึกว้าวแน่นอน และไม่ว่าจะเป็นที่นั่งที่ปรับหมุนได้ เต้าเสียบชาร์จไฟตรงแถวที่วางเท้า และบริการรถเข็นจำหน่ายขนมบนขบวนรถ การนั่งชินกันเซ็นถือเป็นสิ่งที่ห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวหลายคนที่จะเดินทางมาที่ญี่ปุ่น

ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

japan railway travel nature
การมองภาพวิวจากหน้าต่างรถไฟคือหนึ่งในความสุขของการนั่งรถไฟ (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

นอกจากชินกันเซ็นแล้ว ทางรถไฟท้องถิ่นของญี่ปุ่นเองก็มีอะไรมากมายให้ได้ไปสัมผัสกัน เครือข่ายทางรถไฟของญี่ปุ่นนั้นกว้างขวางและถูกพัฒนามาเป็นอย่างดี และผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวส่วนมากต่างต้องใช้รถไฟไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้นจึงแทบไม่มีใครที่ไม่ชอบรถไฟเลย ทางรถไฟไม่ได้เป็นเพียงช่องทางการเดินทางที่สะดวกเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีให้ถ่ายทอดเสน่ห์และเอกลักษณ์ของพื้นที่ท้องถิ่นนั้นๆ ด้วย โดยเฉพาะในส่วนของทางรถไฟท้องถิ่น

สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างพวกเราแล้ว สิ่งที่ทำให้การนั่งรถไฟในญี่ปุ่นเป็นเรื่องสนุกคืออะไร? แน่นอนว่าส่วนหนึ่งคือวิวธรรมชาติ ในบรรดาทางรถไฟสายโปรดของฉันนั้น จะมีทางรถไฟสาย Oito (大糸線 О̄ito-sen) ในจังหวัดนากาโนะ ซึ่งเป็นทางรถไฟที่คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับวิวภูเขาสูงใหญ่ของเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือระหว่างทางได้ และอีกสายหนึ่งคือสาย Ban-etsu West (磐越西線 Ban’etsu-sai-sen) ในฟุกุชิม่าที่มีนาข้าวสีทองและวิวภูเขาบันไดที่เปลี่ยนเป็นสีแสดสวยงามในฤดูใบไม้ร่วง รวมถึงสาย Iiyama (飯山線 Iiyama-sen) ในนากาโนะที่มีแม่น้ำจิคุมะไหลเลียบไปตามแนวทางรถไฟอีกทั้งยังมีวิวฤดูหนาวที่สวยงามด้วยหิมะที่ตกหนักในพื้นที่ และสายสุดท้ายคือสาย Gono (五能線 Gonо̄-sen) ในจังหวัดอาโอโมริที่มีวิวชายฝั่งทะเลสวยอย่างหาที่ไหนเปรียบไม่ได้

ความงามที่เปลี่ยนผ่านตามฤดูกาล

japan railway travel seasons
สัมผัสวิวตามฤดูกาลที่หลากหลายจากหน้าต่างรถไฟ (เครดิตรูปภาพ: JR East)

ส่วนตัวแล้ว ฉันรู้สึกว่าความสุขของการเดินทางในประเทศที่มีฤดูกาลแตกต่างกันก็คือการได้เห็นวิวสถานที่เดียวกันที่เปลี่ยนไปตามแต่ละฤดูกาลของปี ฉันชอบการไปเที่ยวที่เดิมซ้ำๆ เพียงเพื่อสัมผัสกับวิวที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล
ไม่ว่าฉันจะมาเที่ยวญี่ปุ่นสักกี่ครั้ง ฉันก็ประทับใจในบรรดาสีสันที่มาพร้อมกับแต่ละฤดูกาลได้ทุกครั้ง ตั้งแต่ดอกไม้สีสันละลานตาที่เบ่งบานในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงสีเขียวสดชื่นของใบไม้ที่แตกใบใหม่ในฤดูร้อน สีโทนร้อนสุดร้อนแรงของแมกไม้ฤดูใบไม้ร่วง และสีขาวเป็นประกายของหิมะในฤดูหนาว แต่ที่วิเศษไปมากกว่านั้นคือการได้เห็นวิวและสีสันทั้งหมดนี้จากที่นั่งสุดสบายบนรถไฟ!

สถานีรถไฟที่น่าตื่นตา

japan railway travel stations
ไร่องุ่นที่ชานชาลาสถานี Shiojiri และออนเซ็นเท้าที่ชานชาลาสถานี Kami-Suwa (เครดิตรูปภาพ: JR East / Chie Matsubara / Carissa Loh)

นอกจากวิวแล้ว ตัวสถานีรถไฟของญี่ปุ่นเองก็ชวนตื่นตาไม่แพ้กัน ขณะที่รถไฟเป็นสิ่งที่พาคุณเดินทางจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง สถานีรถไฟเองก็เปรียบเสมือนประตูที่เปิดไปยังจุดหมายปลายทางของคุณ หลายคนอาจจะคิดว่าสถานีรถไฟเป็นเพียงสถานที่ที่มีไว้ให้คุณรอ ขึ้นรถ แล้วก็ขึ้นและลงรถไฟ แต่ที่จริงแล้วสถานีรถไฟมีอะไรมากกว่านั้น
นอกจากจะเป็นจุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทาง สถานีรถไฟในญี่ปุ่นยังมีประวัติที่ยาวนานพอๆ กับบรรดาตัวรถไฟเอง โดยบางสถานียังมีลูกเล่นพิเศษเป็นของตัวเองด้วย เช่นสถานี Shiojiri (塩尻駅) ที่มีไร่องุ่นที่ใช้งานได้จริงอยู่บนชานชาลา หรือสถานี Kami-Suwa (上諏訪駅) ที่มีอาชิยุ (ashiyu ออนเซ็นเท้า) บนชานชาลาด้วย!

อิ่มอร่อยบนรถไฟ

japan railway travel ekiben variations
เอกิเบ็น หนึ่งในไฮไลท์ของการเดินทางด้วยรถไฟ (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

อะไรคือสิ่งที่นักเดินทางส่วนมากตั้งหน้าตั้งตารอเมื่อเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่น? แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องอาหาร! แม้ว่าคุณจะหาร้านอาหารญี่ปุ่นได้แทบทุกแห่งในสิงคโปร์ แต่อาหารเหล่านี้ก็ยังเทียบกับของจริงที่ญี่ปุ่นไม่ได้เลย
การได้อร่อยกับเอกิเบ็น (駅弁 ข้าวกล่องที่จำหน่ายตามสถานีรถไฟ) ระหว่างเพลิดเพลินไปกับวิวที่ผ่านไปนั้นเป็นหนึ่งในที่สุดแห่งความสุขของการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น คุณเองก็คิดเหมือนกันใช่ไหม? เวลานั่งรถไฟเที่ยว สิ่งที่จะมาช่วยเติมสีสันให้กับวิวข้างนอกก็คือเอกิเบ็น ซึ่งเอกิเบ็นมาในแพ็กเกจหลายรูปแบบและมีหลากรสชาติ และเอกิเบ็นหลายกล่องก็เป็นของที่มีเฉพาะพื้นที่หรือสถานีนั้นๆ ด้วย โดยต่างมีจุดเด่นคือวัตถุดิบที่ผลิตในท้องถิ่นหรือมีการออกแบบกล่องที่สื่อถึงพื้นที่ท้องถิ่นนั้นๆ

ขบวนรถไฟที่ไม่เหมือนใคร

japan railway travel joyful trains
รถไฟท่องเที่ยวบางขบวนมีออนเซ็นเท้า ท้องฟ้าจำลอง การแสดงดนตรี รวมถึงกิจกรรมชิมสาเกบนขบวนรถด้วย (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh and Akio Kobori)

เมื่อเดินทางด้วยรถไฟ แน่นอนว่าดาวเด่นของทริปคือตัวขบวนรถไฟนั่นเอง คุณอาจจะคิดว่าออนเซ็นที่ชวนสบายตัว อาหารญี่ปุ่นรสเลิศที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น หรือวิวธรรมชาติสวยงามนอกหน้าต่างล้วนเป็นสิ่งที่สัมผัสได้ที่รีสอร์ทเท่านั้น แต่ฉันได้ไปลองสัมผัสประสบการณ์เหล่านี้มาแล้วบนขบวนรถไฟและที่สถานีรถไฟในญี่ปุ่น!
รถไฟท่องเที่ยว เช่น Joyful Train ของ JR East และ D&S Train ของ JR Kyushu เป็นรถไฟที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรดาของดีของท้องที่ที่รถไฟวิ่งผ่านในรูปแบบใหม่ รถไฟบางขบวนในกลุ่มนี้ยังมีการตกแต่งภายในสุดประณีตด้วยของตกแต่งตามธีมเฉพาะของรถไฟที่ไม่เหมือนใคร ในขณะที่ขบวนอื่นๆ จะเป็นรถไฟที่ให้ผู้โดยสารได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่ไม่มีใครเหมือน
ด้วยจุดเด่นที่มีตั้งแต่ออนเซ็นเท้าสุดผ่อนคลายไปจนถึงโดมท้องฟ้าจำลอง และการตกแต่งภายในที่ประณีตไปจนถึงกิจกรรมแสดงดนตรีหรือเล่านิทาน หรือกิจกรรมอย่างการชิมสาเก ทั้งหมดนี้อาจทำให้คุณลืมไปเลยว่าคุณกำลังอยู่บนรถไฟ!

โอโมเทนาชิ: การต้อนรับแขกและการบริการ

japan railway travel omotenashi
โอโมเทนาชิเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางด้วยรถไฟที่ยากจะลืมเลือน (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

อย่างหนึ่งที่สร้างความประทับใจให้ฉันเป็นอย่างมากคือความละเอียดและความใส่ใจที่พนักงานและอาสาสมัครผู้ใจดีได้ทุ่มเทให้กับผู้โดยสาร รถไฟส่วนมากในญี่ปุ่นจะไม่มีบันไดตรงทางขึ้นรถ ทำให้นักท่องเที่ยวที่มีสัมภาระสามารถขึ้นรถได้ง่ายขึ้น ชินกันเซ็นบางขบวนยังมีราวสัมภาระสำหรับสัมภาระขนาดใหญ่โดยเฉพาะด้วย อีกทั้งบนรถไฟยังจะมีผู้ตรวจตั๋วที่พร้อมจะช่วยเสมอหากคุณมีคำถามอะไร รถไฟท่องเที่ยวบางขบวนยังมีพนักงานที่พร้อมบริการเต็มที่ ทำให้การนั่งรถไฟสนุกขึ้นกว่าที่เคย

เดินทางตรงเวลาราวกับเข็มนาฬิกา

japan railway travel timetable
ตารางกำหนดการรถไฟที่มีให้เห็นตามสถานีรถไฟ (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

ในหัวข้อสุดท้ายนี้ การกะเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการวางแผนทริป ซึ่งนี่เป็นเรื่องง่ายมากที่ญี่ปุ่น เพราะคุณสามารถมั่นใจได้ว่ารถไฟญี่ปุ่นจะตรงต่อเวลา ไม่ใช่เพียงแค่ชินกันเซ็นเท่านั้น แต่รถไฟส่วนมากในญี่ปุ่นวิ่งเทียบชานชาลาและออกเดินทางตรงตามเวลาในกำหนดการราวกับเข็มนาฬิกา และแทบจะไม่เคยสายเลย ซึ่งเป็นอะไรที่แทบหาไม่ได้ในประเทศอื่น

ยังมีอะไรอีกมากรอคุณอยู่บนรถไฟ!

ถ้าเพื่อนๆ อยากรู้ว่ายังมีความสนุกและสะดวกอะไรรอเราอยู่อีกบ้างบนรถไฟ มาคลิ๊กอ่านบทความ “เสน่ห์ของการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น” จากเว็บ JR TIMES by JR-EAST บทความโดยคุณ Carissa Loh หรือคลิ๊กที่ภาพด้านล่างแล้วไปสนุกกันต่อได้เลย  สล็อตเว็บตรง

 

japan railway travel banner

Categories
BLOG

เตรียมโพสต์ท่าไว้ให้ดีแล้วตามไปถ่ายรูปที่ 30 สถานที่สุดเก๋ทั่วญี่ปุ่น (ตอนที่ 1)

 

 

เตรียมโพสต์ท่าไว้ให้ดีแล้วตามไปถ่ายรูปที่ 30 สถานที่สุดเก๋ทั่วญี่ปุ่น (ตอนที่ 1)

ใครเป็นสายถ่ายรูป จะถ่ายเซลฟี่ ถ่ายกับเพื่อน หรือถ่ายแค่วิว อย่าพลาดบทความนี้! ขอแนะนำ 30 สถานที่สวยๆ ทั่วญี่ปุ่นตั้งแต่สถานที่เปิดใหม่ในเมืองโตเกียวไปถึงสถานที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ และโรงแรมที่พักเก๋ๆ ให้ตามไปถ่ายรูปอวดเพื่อนลงอินสตาแกรม

1. Metsä Village (Moomin Valley Park) จังหวัดไซตามะ

 

สวนสนุกและธีมพาร์คในเมืองฮันโนะ จังหวัดไซตามะแห่งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ “หมู่บ้านเมตซา” ที่จำลองบรรยากาศวิถีชีวิตของชาวนอร์ดิกท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่สมบูรณ์ และ “สวนมูมินแวลลีย์” ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 2019 ก่อนจะปิดปรับปรุงแล้วให้บริการอีกครั้งเมื่อ 10 ธันวาคม 2021 ที่ผ่านมา ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสโลกของตัวละคร “มูมิน” โทรลสุดน่ารักจากนิทานเด็กของนักเขียนชาวฟินแลนด์ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

2. Lockheart Castle จังหวัดกุมมะ

 

ปราสาทล็อคฮาร์ทเป็นปราสาทยุคกลางของจริงที่โยกย้ายจากสก๊อตแลนด์มาตั้งในเมืองกุมมะ นอกจากเป็นจุดถ่ายรูปที่ได้รับความนิยมแล้วยังถูกใช้เป็นฉากถ่ายทำละครและภาพยนต์ด้วย โดยเฉพาะโคมไฟระย้าตรงโถงบันไดเป็นจุดที่ใครมาต้องถ่ายรูป แล้วยังสามารถเช่าชุดแบบเจ้าหญิงเจ้าชายถ่ายรูปตามจุดต่างๆ เช่น โบสถ์ที่สร้างด้วยหิน แกลเลอรี่ และสิ่งปลูกสร้างที่สวยงามอื่นๆ ในพื้นที่กว่าหนึ่งแสนตารางเมตร

3. Yokohama Red Brick Warehouse จังหวัดคานางาวะ

 

ที่นี่เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรมของเมืองโยโกฮาม่าและยังเป็นจุดนัดพบยอดนิยมอีกด้วย ยามกลางวันอาคารที่สร้างด้วยอิฐแดงเก่าแก่แลดูหนักแน่นกับทะเลเป็นฉากหลังให้บรรยากาศแปลกตา ส่วนยามกลางคืนมีการประดับไฟสีส้มให้อีกบรรยากาศที่แตกต่าง ใกล้ๆ กันยังมี Osanbashi Yokohama International Passenger Terminal และชิงช้าสวรรค์ Cosmos Clock 21 ขนาดยักษ์ให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ยามค่ำคืนของย่านริมน้ำมินาโตะมิไร

4. Tokyo German Village จังหวัดจิบะ

 

ถึงชื่อสถานที่มีคำว่าโตเกียว แต่ธีมพาร์คที่ได้แรงบันดาลใจจากชนบทของประเทศเยอรมันแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองโซเดะงะอุระในจังหวัดจิบะ มีสวนสนุก สวนสัตว์สำหรับเด็ก สวนดอกไม้และอื่นๆ กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ที่กว้างใหญ่กว่าโตเกียวโดม 19 เท่า ผู้มาเยือนสามารถถ่ายรูปสวยๆ โดยมีสวนที่เต็มไปด้วยดอกไม้ตามฤดูกาล มีลานจอดรถอยู่หลายจุดตั้งใกล้สถานที่ต่างๆ จึงขอแนะนำให้ขับรถจะสะดวกที่สุด

5. Funabashi H.C. Andersen Park จังหวัดจิบะ

 

สวนแห่งนี้ตั้งชื่อตามคุณฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน ชาวเดนมาร์คผู้เขียนนิทานคลาสสิกและเทพนิยายที่มีชื่อเสียงและถือกำเนิดในเมือง Odense ที่นับเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับเมืองฟุนาบาชิในจังหวัดจิบะ ภายในสวนประกอบด้วย 5 โซน โดยจุดที่น่าสนใจสำหรับการถ่ายรูปคือ Marchen Hill ที่มีกังหันลมและบ้านเรือนที่จำลองบรรยากาศของเดนมาร์ค นอกจากนี้ยังมีสถานที่อื่นๆ ที่ผู้ใหญ่และเด็กใช้เวลาสนุกสนานร่วมกันได้อย่าง “โซนพิพิธภัณฑ์ศิลปะสำหรับเด็ก” ที่ให้เด็กๆ ได้เข้าร่วมเวิร์คชอปสร้างสรรค์งานศิลปะ หรือ “โซนวัมปาขุคิงดอม” ที่ให้เด็กๆ ได้สัมผัสสัตว์ต่างๆ ได้อย่างใกล้ชิด

6. Kurkku Fields จังหวัดจิบะ

 

สวนที่นักดนตรีชื่อดัง คุณโคบายาชิ ทาเคชิ ก่อสร้างขึ้นโดยสะท้อนการอยู่ร่วมกันระหว่างธรรมชาติและผู้คนแห่งนี้ มีร้านเบเกอรี่ที่ใช้ยีสต์หมักจากธรรมชาติในการทำของหวาน ภัตตาคารที่ใช้ผักออร์แกนิกในการประกอบอาหาร และยังมีนิทรรศการศิลปะที่เต็มไปด้วยผลงานชวนกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้า โดยเฉพาะผลงาน “Gapping Hole Secret” ของศิลปินดังคุณเซบาสเตียน มาซึดะที่จัดแสดงถาวรตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2020 นั้นห้ามพลาดเด็ดขาด

7. Ashikaga Flower Park จังหวัดโทชิงิ

 

สวนนี้มีชื่อเสียงเกี่ยวกับระแนงดอกฟูจิสีม่วงอ่อนห้อยระย้าที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนในเวลากลางวัน และความรู้สึกลุ่มลึกจากแสดงแสงไลท์อัพในเวลากลางคืน สวนนี้เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมโดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิที่มีดอกไม้ผลิบานตามฤดูกาลมากมาย ส่วนฤดูใบไม้ร่วงไปถึงฤดูหนาวจะมีการจัดงาน “สวนดอกไม้แห่งแสง” ให้บรรยากาศโรแมนติกมาก

8. Tobu World Square จังหวัดโทชิงิ

 

 

สวน Tobu World Square เป็นธีมพาร์คที่รวบรวมสิ่งปลูกสร้างที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลก ทั้งอาคาร แลนมาร์ค และมรดกโลกมาจำลองในอัตราส่วน 1:25 ใบ้ว่ามีบุคคลหรือคาแรคเตอร์ที่มีชื่อเสียงแฝงตัวอยู่ในกลุ่มรูปปั้นตกแต่งในแต่ละสถานที่ด้วยนะ มีใครบ้างไปส่องกันดู

9. Nasu Flower World จังหวัดโทชิงิ

 

สวน Nasu Flower World ตั้งอยู่จุดที่ห่างจากที่ราบสูงนาสุโคเก็งโดยเดินทางด้วยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ที่นี่เป็นจุดชมดอกไม้ที่มีชื่อเสียงมาก มีดอกไม้ตามฤดูกาลให้ชมได้ตลอดทั้งปี ในวันที่อากาศดีได้ชมทุ่งดอกไม้โดยมีฉากหลังเทือกเขานาสุแลดูสวยงามราวกับภาพวาด ขอแนะนำอย่าพลาดชมทุ่งดอกลินาเรียกับนีโมฟีเลียที่เบ่งบานในเดือนพฤษภาคม และทุ่งดอกหงอนไก่กับบลูซัลเวียในเดือนกันยายนถึงตุลาคม

10. Moegi no Mura จังหวัดยามานาชิ

 

Moegi no Mura ที่เมืองคิโยซาโตะ จังหวัดยามานาชิ เป็นสถานที่สุดชิคสำหรับคนรุ่นใหม่ เพราะสามารถเดินเที่ยวชมร้านค้าเก๋ๆ และพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีในบรรยากาศท่ามกลางป่าโปร่ง หรือจะพักผ่อนในภัตตาคารที่ให้บริการเบียร์กลั่นในท้องถิ่นหรือคาเฟ่เค้กโฮมเมด จุดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของที่นี่เห็นจะเป็นม้าหมุนสีสันสดใสโดดเด่นท่ามกลางธรรมชาติ และเหมาะกับการถ่ายรูปเป็นที่สุด

ตอนต่อไปจะเป็นสถานที่ไหนบ้าง ติดตามได้ ที่นี่ เลย มุมสวยน่าถ่ายรูปไม่แพ้กัน!    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

Categories
BLOG

ถูกใจสายเกา! อัปเดตอีก 5 คาเฟ่สไตล์เกาหลีในโตเกียว

จากบทความที่แล้ว “อัปเดต 5 คาเฟ่สไตล์เกาหลีเกาใจในโตเกียว” เรายังมีอีก 5 ร้านที่อยากมานำเสนอให้ทุกคนได้ลองไปตำ รับรองว่าน่ารักทั้งบรรยากาศและขนมหวานแน่นอน!

BADA;SARANG

 

 

ร้านต่อมาคือ BADA;SARANG เดินประมาณ 5 นาทีจากสถานีฮิกาชินางาซากิ เป็นคาเฟ่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยมีธีมเป็นชายหาด พื้นภายในร้านปกคลุมไปด้วยทรายที่จะทำให้รู้สึกเหมือนอยู่บนชายหาดจริง ๆ บนแก้วมีภาษาเกาหลีเขียนอยู่ยิ่งเพิ่มความน่ารักเกินห้ามใจสำหรับสายเกา นอกจากภายในร้านที่มีสีเหลืองสดใสแล้วภายนอกร้านยังน่ารักและดูเหมือนคาเฟ่เกาหลีอีกด้วย

KITASANDO COFFEE

 

 

ถ้าพูดถึงบรรยากาศแบบเรียบง่ายแต่เป็นที่นิยมมาก ๆ ก็ต้อง KITASANDO COFFEE ในคิตะซันโดะ เป็นคาเฟ่ที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติด้วยการผสมเฟอร์นิเจอร์สีขาวกับงานไม้ ร้านนี้ใช้วิธีการชำระเงินแบบไม่ใช้เงินสด ที่นี่มีกาแฟที่ทำจากเมล็ดกาแฟคัดสรรมาอย่างดี มีรสชาติที่เป็นที่ยอมรับ แนะนำเป็นลาเต้กลมกล่อมหรืออเมริกาโนเย็นสดชื่น เป็นคาเฟ่สุดฮอตที่ตอนนี้ต้องห้ามพลาด

CBC

 

 

ร้านต่อมาคือ CBC ในโอโมเตะซันโดะ บรรยากาศเหมือนกับคาเฟ่ลับ ๆ สไตล์ลอฟต์ เปิดให้บริการตั้งแต่ 8.00 น. เหมาะสำหรับคนตื่นเช้าและอยากหาอะไรทานเบา ๆ มีแซนด์วิชไอศกรีมซึ่งเป็นเมนูเด่นของทางร้าน ไซส์ใหญ่ รสชาติเข้มข้น ทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจ มีเมนูหน้าตาดีอีกมากมาย มาถ่ายรูปแบบสาวเกาหลีที่คาเฟ่เก๋ ๆ แห่งนี้กัน

MARGARET HOWELL SHOP & CAFE

 

ร้านต่อมาคือ MARGARET HOWELL SHOP & CAFE ในคิจิโจจิ นอกจากความมินิมอลถูกใจสายเกาแล้ว ดิสเพลย์โชว์เค้กหน้าร้านยังน่าดึงดูดใจมาก ที่นี่ยังเป็นร้านเสื้อผ้าที่มีชื่อเสียง แต่รสชาติของกาแฟก็สมบูรณ์แบบ ขนมเค้กเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและอร่อยทุกเมนู มีลูกค้าชาวเกาหลีมาใช้บริการจำนวนมาก แค่เข้าไปในร้านก็รู้สึกเหมือนได้บินไปเกาหลี เป็นอีก 1 คาเฟ่ที่น่าแวะเมื่อมาที่คิจิโจจิ

 

Ryumon Coffee Stand

 

 

ร้านสุดท้ายคือ Ryumon Coffee Stand ในคิจิโจจิเช่นกัน มีบรรยากาศสไตล์ป๊อปดูขี้เล่นนิด ๆ ภายในร้านตกแต่งน่ารักมาก มีกระจกสวย ๆ หลายแบบหลายลวดลายสำหรับเซลฟี่ เมนูมีให้เลือกมากมายทั้งลาเต้ มอคค่า เค้กปอนด์ และชีสเค้ก นอกจากนี้ยังมีสินค้าออริจินัลน่ารัก ๆ จำหน่ายอีกด้วย หากกำลังมองหาคาเฟ่ที่ถ่ายรูปสวยทุกมุมราวกับเป็นสตูดิโอ ต้องไปตำที่นี่ให้ได้  สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

Categories
BLOG

รู้หรือไม่ !? พาสปอร์ต “ญี่ปุ่น” ทรงอิทธิพลที่สุดในปี 2019

รู้หรือไม่พาสปอร์ตญี่ปุ่นทรงอิทธิพลที่สุด

รู้หรือไม่พาสปอร์ตญี่ปุ่นทรงอิทธิพลที่สุด

เมื่อต้นเดือนมกราคม 2020 บริษัทที่ปรึกษาด้านสัญชาติ Henley & Partners ได้เผยการจัดอันดับพาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลกเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา และทำให้ทราบว่าประเทศญี่ปุ่นได้อันดับ 1 ไปครอง โดยวัดจากจำนวนประเทศที่ผู้ถือพาสปอร์ตสัญชาตินั้นสามารถเข้า-ออกประเทศใดได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า ซึ่งที่ผ่านมาทั้งญี่ปุ่นและสิงคโปร์ยังคงเป็นสองชาติที่ได้รับการจัดให้อยู่อันดับต้น ๆ เช่นเคย

รู้หรือไม่พาสปอร์ตญี่ปุ่นทรงอิทธิพลที่สุด

จากฐานข้อมูลล่าสุดของ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ที่ทาง บริษัทที่ปรึกษาด้านสัญชาติ Henley & Partners ได้รวบรวมนั้น ระบุว่า ทาง IATA ได้มีการเก็บข้อมูลจากพาสปอร์ตกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 199 ประเทศ และตรวจสอบข้อมูล ณ ประเทศปลายทางที่เดินทางเข้าทั้งหมด 227 ประเทศ พบว่า สำหรับต้นปี 2020 ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นครองอันดับ 1 โดยสามารถเข้าออกประเทศต่าง ๆ ได้มากถึง 191 ประเทศ โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า ส่วนอันดับ 2 คือ สิงคโปร์ เข้า-ออก ได้ 190 ประเทศ ตามมาด้วยอันดับ 3 เกาหลีใต้และเยอรมนี 189 ประเทศ ตามลำดับ

ประเทศในฝั่งยุโรปจะอยู่ตั้งแต่อันดับ 4 ลงมา ได้แก่ อิตาลี จากการใช้เดินทางเข้าได้ 188 ประเทศ ส่วนฟินแลนด์ สเปน ลักเซมเบอร์ก และเดนมาร์ก ครองอันดับ 5 ร่วมกัน (187 ประเทศ) ด้านสวีเดนและฝรั่งเศส อยู่ในอันดับ 6 (186 ประเทศ) สำหรับสหรัฐกับอังกฤษ มาในปีนี้อันดับตกลงมา จากการเข้าได้ 184 ประเทศ เช่นเดียวกันกับนอร์เวย์ กรีซ และเบลเยี่ยม

รู้หรือไม่พาสปอร์ตญี่ปุ่นทรงอิทธิพลที่สุด

ส่วนประเทศแถบตะวันออกกลาง เยเมน ใช้เดินทางเข้าได้ 33 ประเทศ โซมาเลียกับปากีสถาน 32 ประเทศ ซีเรีย 29 ประเทศ อิรัก 28 ประเทศ และอัฟกานิสถาน ได้ครองอันดับน้อยที่สุด โดยใช้เดินทางเข้าได้เพียง 26 ประเทศ ซึ่งมีความต่างกับอันดับ 1 ถึง 165 ประเทศ นับว่าเป็นความต่างที่มากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดอันดับในปี 2006 ขณะที่ประเทศไทยของเราอยู่อันดับที่ 65 โดยสามารถเข้าออกประเทศต่าง ๆ  ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า จำนวน 78 ประเทศ

 

สำหรับการจัดอันดับ 10 อันดับ สรุปได้ดังนี้
1. ญี่ปุ่น (191 ประเทศ)
2. สิงคโปร์ ( 190 ประเทศ)
3. เกาหลีใต้กับเยอรมัน (189 ประเทศ)
4. อิตาลีกับฟินแลนด์ (188 ประเทศ)
5. สเปน, ลักเซมเบอร์ก และเดนมาร์ก (187 ประเทศ)
6. สวีเดนกับฝรั่งเศส (186 ประเทศ)
7. สวิตเซอร์แลนด์, โปรตุเกส, เนเธอร์แลนด์, ไอร์แลนด์ และออสเตรีย (185 ประเทศ)
8. สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, นอร์เวย์, กรีซ และเบลเยี่ยม (184 ประเทศ)
9. นิวซีแลนด์, มอลตา, สาธารณรัฐเช็ก, แคนาดา และออสเตรเลีย (183 ประเทศ)
10. สโลวาเกีย, ลิทัวเนีย และฮังการี (181 ประเทศ)

สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

โจรมือดีชิงหน้ากากอนามัย 6,000 ชิ้นในโรงพยาบาลในโกเบ คาดนำไปขายต่อ

โจรมือดีชิงหน้ากากอนามัย หกพันชิ้น

โจรมือดีชิงหน้ากากอนามัย หกพันชิ้น

โรงพยาบาล Japanese Red Cross Kobe ในเขคจูโอ เมืองโกเบ ถูกโจรมือดีขโมยหน้ากากอนามัยที่ทางโรงพยาบาลเก็บรักษาไว้เป็นจำนวน 6,000 ชิ้น โดยทางโรงพยาบาลได้เข้าแจ้งความต่อที่สำนักงานตำรวจฟุคิไอ จังหวัดเฮียวโงะ เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งตำรวจกำลังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนหาข้อมูล โดยสันนิษฐานว่าคนร้ายอาจขโมยหน้ากากอนามัยเพื่อนำไปขายต่อ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า หรือชื่ออย่างเป็นทางการ “COVID-19” ที่ส่งผลให้ความต้องการใช้หน้ากากอนามัยสูงขึ้นอย่างมาก

ทางโรงพยาบาลได้เปิดเผยว่า หน้ากากอนามัยที่ถูกขโมยไปมีมูลค่าราว 40,000 เยน ซึ่งเป็นหน้ากาก “Surgical Mask” สำหรับใช้ในการแพทย์ มีจำนวน 6,000 ชิ้น บรรจุในกล่องลัง 4 กล่อง โดยได้เก็บรักษาเอาไว้ที่ห้องเครื่องกลบนชั้น 3 ของโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทราบว่าหน้ากากอนามัยถูกขโมยหลังเข้าไปตรวจสอบความเรียบร้อยในห้องดังกล่าวเมื่อวันที่ 13 ก.พ. ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยืนยันสภาพห้องเครื่องกลว่า ห้องถูกล็อคเอาไว้ตามปกติไม่มีการงัดแงะ

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนจากโรงพยาบาล Japanese Red Cross Kobe กล่าวว่า “เป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่ง ที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในโรงพยาบาลท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า” สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

JR East นำหุ่นยนต์มาช่วยต้มโซบะ เพื่อคุมคุณภาพและลดการขาดแรงงาน

JR East นำหุ่นยนต์มาช่วยต้มโซบะ

JR East นำหุ่นยนต์มาช่วยต้มโซบะ

 

JR East นำหุ่นยนต์มาช่วยต้มโซบะ

JR East Start UP บริษัทที่ดำเนินธุรกิจและพัฒนาเทคโนโลยี และ Nippon Restaurant Enterprise (NRE) บริษัทที่ดำเนินธุรกิจอาหาร ทั้งสองอยู่ภายใต้ JR East ได้ร่วมกันพัฒนาและคิดค้น “หุ่นยนต์ต้มโซบะ” ที่ชื่อว่า Eki Soba Robot โดยมุ่งหวังให้เข้ามาช่วยควบคุมคุณภาพของสินค้าและการบริการภายในร้าน Eki Soba (駅そば) ซึ่งเป็นร้านโซบะที่อยู่ในสถานีรถไฟ JR โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการทดลองใช้งาน ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม ถึง 14 เมษายนนี้

ทำไมถึงต้องสร้างหุ่นยนต์เพื่อช่วยในการต้มเส้นขึ้นมา

เนื่องจากเมนูโซบะในร้าน มีทั้ง “เส้นดิบ” และ “เส้นแห้ง” ซึ่งใช้เวลาในการต้มแตกต่างกัน ถ้ามีหุ่นยนต์มาเป็นตัวช่วยในการเตรียมอาหารในพื้นที่ที่จำกัด จะทำให้สามารถบริการโซบะแก่ลูกค้าได้รวดเร็ว และคุมระดับความสุกของเส้นได้  อีกทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เพราะสามารถทดแทนพนักงานได้ 1 คน โดยภายใน 1 ชั่วโมง หุ่นยนต์สามารถเตรียมโซบะได้ถึง 40 ชามเลยทีเดียว

Eki Soba Robot สามารถทำอะไรได้บ้าง

หุ่นยนต์ต้มโซบะนี้ สามารถทำได้ตั้งแต่ การต้ม ล้างน้ำ และพักให้เส้นสะเด็ดน้ำ พนักงานสามารถเช็คการทำงานของหุ่นยนต์ว่าอยู่ในขั้นตอนใดผ่านจอมอนิเตอร์ได้ โดยหน้าที่ของพนักงานคือ จัดใส่ชาม เติมท็อปปิ้ง และจัดเสิร์ฟให้กับลูกค้า นอกจากนี้ การทำงานในการเตรียมเส้นทุกขึ้นตอนยังเป็นระบบอัตโนมัติ ทำให้สามารถควบคุมปริมาณ รวมถึงมั่นใจในคุณภาพและรสชาติของโซบะทุกชามที่เสิร์ฟให้ลูกค้าได้

JR East นำหุ่นยนต์มาช่วยต้มโซบะ

คุณ ฮิโนะ ผู้บริหารของ NRE ได้กล่าวถึงความคาดหวังในการนำระบบหุ่นยนต์ Eki no Soba เข้ามาช่วยในร้านโซบะ ไว้ 2 ประการคือ

ประการที่ 1 “เพื่อลดต้นทุนแรงงาน อย่างไรก็ตาม จากธุรกิจอาหารในปัจจุบันพบว่า เราตกอยู่ในสถาการณ์ยากที่จะรักษาจำนวนพนักงานให้อยู่ในระยะยาว ถ้าไม่นำระบบอัตโนมัติเข้ามา การจัดการร้าน Eki Soba ให้มีเสถียรภาพอาจจะกลายเป็นเรื่องยาก”

ประการที่ 2 “ขั้นตอนการต้ม ล้าง และการสะเด็ดน้ำทำได้ง่าย แต่ต้องใช้ความแม่นยำในเรื่องของเวลา และเป็นขั้นตอนสำคัญในการกำหนดรสชาติของโซบะ เราเชื่อว่าหุ่นยนต์จะสามารถทำงานได้ตรงเวลา ดังนั้นโซบะของเราจะมีคุณภาพและมีรสชาติเสถียรในทุก ๆ ชาม”

และได้เสริมอีกว่า “ในอนาคตไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะเปลี่ยนร้านให้เป็นระบบไร้พนักงาน และยังไม่คิดว่าระบบไร้พนักงานจะสามารถทำได้จริง ก่อนอื่นภายใน 1 เดือนที่ทดลองใช้หุ่นยนต์ต้มโซบะนี้ เรามุ่งหวังให้การดำเนินธุรกิจมีเสถียรภาพเท่านั้น”

การคิดค้นเครื่องมือเพื่อแก้ไขปัญหาในการดำเนินธุรกิจนับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้สามารถดำเนินไปในแบบที่เราควบคุมได้ อย่างไรก็ตาม การนำหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์ ถึงจะสามารถแก้ปัญหาบางอย่าง ช่วยลดต้นทุน รวมถึงควบคุมประสิทธิภาพการทำงานได้ แต่ในระยะยาว การนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence) หรือ AI มาใช้อย่างกว้างขวางนั้น ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำให้มีการปลดพนักงานในหลายสายงานมากขึ้น หรือในบางสายงานอาจจะไม่ต้องการแรงงานมนุษย์อีกต่อไป

อย่างไรก็ดี AI ก็เปรียบเสมือนเหรียญสองด้าน ที่มีทั้งด้านดีและไม่ดี อยู่ที่จะเลือกนำมาใช้งานอย่างไรให้เหมาะสม สำหรับตัวผู้เขียน ในสมัยที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น รู้สึกว่าเสียงต้อนรับของพนักงาน ไม่ว่าจะเป็น “อิรัสชัยมะเสะ” หรือ “อะริกาโตะโกไซมัส” ก็เป็นอีกเสน่ห์ของการบริการในร้านอาหารญี่ปุ่น ทำให้ร้านดูมีชีวิตชีวามากขึ้น อีกทั้งยังทำให้มีความสุขกับมื้ออาหารอีกด้วย ในอนาคตหากนำ AI มาใช้ในธุรกิจอาหารทั้งหมด อาจทำให้ร้านขาดเสน่ห์เหล่านี้ไป คงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอยู่เหมือนกันนะคะ   สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์